Search | หน้าแรก | ศิริสโตร์มีอะไรให้คุณ | วัตถุมงคล | วิธีการสั่งจอง-ชำระเงิน | คุยเฟื่องเรื่องพระ | เรื่องพระน่ารู้ | เกี่ยวกับเรา | แผนที่ตั้ง






วัตถุมงคลอมตะ
รุ่น ไตรภาคีศรีนคร

วัดนางตรา อ.ท่าศาลา
จ.นครศรีธรรมราช

พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช







แหวนแปดทิศ
เนื้อเงินลงยาราชาวดี บูชา 1,800 บาท






พระนางพญา รุ่นเปิดกรุ2514
พบในกรุไม่เกิน 7 พันองค์
- พิมพ์สังฆาฏิ (หมดแล้ว)
- พิมพ์เข่าโค้ง (หมดแล้ว)







พระกริ่งจักรตรี 72 พรรษาราชินี






หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ




เหรียญพลังจักรวาล รุ่นชนะมาร
บูชาเหรียญละ 1,500 บาท
(พร้อมเลี่ยมแล้ว)




พระแก้วมรกต ภ.ป.ร.




หลวงพ่อทวด ภ.ป.ร.



เสือมหาอำนาจ วัดหัวลำโพง
เนื้อนวะ บูชา 400 บาท




พระยูไลฮุกโจ้ว วัดหัวลำโพง (พระอมิตาภะพุทธเจ้า) จัดสร้างเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี



    

      

*** ไม่ชาร์จค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น ***
  ยกเว้นวัตถุมงคลเนื้อทองคำชาร์จ 2%


วัตถุมงคลอมตะ รุ่น ไตรภาคีศรีนคร (Trai Pa Kee Sri Nakon batch)

           นครศรีธรรมราช (History of Nakorn Sri Thummaratch Province)

           เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 1,500 ปี ในอดีตมีชื่อว่าเมืองตามพรลิงค์ เชื่อกันว่าในช่วงระยะต้น
ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัย

           ซึ่งมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง ในเกาะสุมาตรา โดยมีพระเจ้ากรุงศรีวิชัย เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ปก
ครองอาณาจักรในศิลาจารึกวัดเสมาเมืองได้บันทึกไว้ตอนหนึ่งว่าในปี 1318 พระเจ้ากรุงศรีวิชัย ได้เคยเสด็จมาที่เมืองตาม
พรลิงค์ในฐานะเจ้าประเทศผู้ปกครอง และได้สร้างสถูปเจดีย์กบสถาปนาพระพุทธวิหารขึ้นสามหลัง
(จากสารนครศรีธรรมราชปีที่ 26 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2539 หน้า 30)
          



             นครศรีธรรมราช
           หรือเมืองตามพรลิงค์ในอดีตเป็นแหล่องอารยะธรรมสำคัญ เป็นแหล่งค้าขายทางทะเล เป็นศูนย์รวมแห่งศิลปศาสตร์
เป็นศูนย์กลางศาสนาพุทธและพราหมณ์ที่เข้ามาเป็นอันดับแรก ด้วยเหตุนี้วัดวาอารามโบราณสถานหลายแห่ง จึงมีความเก่าแก่
รกร้างมีการขุดพบโบราณวัตถุ และพระกรุมากมายหลายแห่ง ในจำนวนพระกรุที่สร้างขึ้นในยุคสมัยศรีวิชัยที่มีเชื่อเสียงโด่งดัง
ได้รับความนิยมสูงสุดและโดดเด่นในด้านพุทธคุณ มีการแสวงหากันในระดับหลักหลายแสนบาทจนถูกจัดอยู่ในทำเนียบพระกรุ
ยอดนิยมของนครศรีธรรมราชและทั่วภาคใต้ในชุดไตรภาคี คือพระปรกโพธิ์กรุวัดท่าเรือ พระนาคปรกกรุ วัดนางตรา และพระ
ยอดขุนพลกรุวัดนาสน

พระนาคปรก กรุวัดนางตรา
(Old Sample)
พระปรกโพธิ์ กรุวัดท่าเรือ
(Old Sample)
พระยอดขุนพล กรุวัดนาสน
(Old Sample)

             
วัดนางตรา (History of Wat Nangtra)

           มีชื่อเดิมว่าวัดพระนางสุพัตรา เป็นวัดที่มีประวัติมายาวนานกว่าพันปี โดยตำนานได้กล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งพระเจ้าศรี
ธรรมโศก ได้สร้างเจดีย์พระบรมธาตุเพื่อบรรลุพระสารีริกธาตุ ข่าวการสร้างพระเจดีย์ ได้แพร่ไปถึงอาณาจักรศรีวิชัยในเกาะ
สุมาตรา เจ้าหญิงองค์หนึ่งซึ่งเป็นธิดาของพระเจ้ากรุงศรีวิชัยพระนามว่า พระนางสุพัตรา นางพญาผู้เลื่อมใสในบวรพระพุทธ
ศาสนา จึงได้จัดเรือสำเภาสามร้อยลำพร้อม ทรัพย์สมบัติข้าทาสบริวารเดินทางจากเกาะสุมาตรามุ่งสู่เมืองตามพรลิงค์ แต่ขณะ
เดินทาง มาใกล้จะถึงได้มีอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งเกิดล่มเสียก่อน และได้ทราบว่าการก่อสร้างพระเจดีย์เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว พระ
นางสุพัตราทรงเห็นชัยภูมิใกล้กับเรือพระที่นั่งล่มเหมาะสมที่จะสร้างวัด จึงได้สร้างวัดขึ้นมาและใช้ชื่อว่า วัดพระนางสุพัตรา
เมื่อพระองค์สร้างวัดเสร็จก็ได้บวชเป็นแม่ชี ประทับอยู่ที่วัดนี้ตลอดพระชนม์ชีพ (พ่อท่านวรรณ วัดเสาธงทองได้ให้ข้อมูลเพิ่ม
เติมว่า เมื่อพระนางสุพัตราสิ้นพระชนม์แล้วก็ได้จุติเป็นเทพธิดาบนสรวงสวรรค์) จากชื่อวัดพระนางสุพัตราต่อมามีการเรียกัน
สั้นขึ้นว่า วัดพระนางตรา และกลับกลายเป็นวัดนางตราเช่น ในปัจจุบันวัดนางตราเป็นแหล่งกำเนิดพระกรุหลายแบบพิมพ์ อาทิ
พิมพ์นาคปรก, พิมพ์ผาลไถ, พิมพ์ซุ้มประตูประทานพร และยังมีการขุดพบแผ่นกระเบื้องโบราณจารึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ท้าว
จตุคาม-ท้าวรามเทพ สันนิษฐานได้ว่า ท้าวจตุคามและท้าวรามเทพ ได้เสด็จมาร่วมสร้าง วัดพระนางสุพัตราด้วยวัดนางตราได้
ถูกปล่อยรกร้างมานานหลายร้อยปีและเพิ่งจะมีการบูรณะพัฒนาขึ้นใหม่ในปี 2490

เจดีย์นางชีวัดนางตรา

             
วัดท่าเรือ (History of Wat Tahreur)
           เป็นวัดโบราณเก่าแก่แหล่งกำเนิดพระกรุยอดนิยมอันดับหนึ่งในภาคใต้คือพิมพ์ปรกโพธิ์ซุ้มเรือนแก้วในอดีตบ้านท่า
เรือเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองเพราะเป็นแหล่งค้าขายทางทะเลเป็นสถานที่ซึ่งพระอรหันต์, พระโสณะเถร, พระอุตรเถร,
พระฌาณียเถร, พระภูริยะเถร, พระมูนียะเถร มาขึ้นท่าและเหยียบแผ่นดินสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรกและพักแรมสร้างวัดท่าเรือ
เมื่อพันกว่าปีก่อน นอกจากพระพิมพ์ปรกโพธิ์แล้วที่วัดท่าเรือก็ได้มีการขุดพบ พระพิมพ์วงแขน, พิมพ์ผาลไถ, พิมพ์ใบพุทรา
ฯลฯ ปัจจุบันพื้นที่เดิมของวัดท่าเรือซึ่งถูกปล่อยรกร้างมานานหลายร้อยปีได้ถูกสร้างเป็นวิทยาลัยนาฏศิลป์ นครศรีธรรมราช

             
วัดนาสน (History of Wat Nason)
           เป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่มีประวัติมายาวนานไล่เลี่ยกับวัดนางตราและวัดท่าเรือ วัดนาสน ได้ถูกปล่อยรกร้างมานานหลาย
ร้อยปีเช่นกันเป็นแหล่งกำเนิดพระกรุยอดนิยม สามพิมพ์ คือพิมพ์ยอด ขุนพลใบพุทรา, พิมพ์วงเขนและพิมพ์ซุ้มกระรอกกระแต
ซึ่งพระกรุทั้งสามพิมพ์นี้ก็ได้ขุดพบที่วัดนางตรา และวัดท่าเรือด้วยเช่นกัน และวัดนาสนก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศด้วย
วัตถุมงคลรุ่น พุทธ ศิลป์ย้อนยุค

             
วัตถุมงคลอมตะ รุ่นไตรภาคีศรีนคร
           มูลเหตุแห่งการจัดสร้างสืบเนื่องมาจากพระอาจารย์เจริญ เจ้าอาวาสวัดนางตรา มีเจตนาที่จะก่อสร้างอุดบสถขึ้นใหม่
แต่ในการนี้จำเป็นต้องใช้ปัจจัยจำนวนมาก จึงได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์มาถึง พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดชให้ช่วยเป็น
ประะานในการก่อสร้างอุโบสถ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ซึ่งมีความผูกพันกับวัดนางตราและเคยประจักษ์ในอำนาจพุทธคุณ
ของพระนาคปรกมานับครั้งมิถ้วนย่อมต้องยินดีในมหากุศลครั้งนี้ จึงได้มอบหมายให้บุตรชายคือ คุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช
และผู้มีจิตศรัทธาดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลร่วมกับ พระอาจารย์เจริญ เจ้าอาวาส เพื่อหาปัจจัยมาก่อสร้างอุโบสถให้สำเร็จ
ลุล่วงโดยเร็ววัน
พ่อท่านวรรณ วัดเสาธงทองและพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช
ผู้หยั่งรู้เรื่องราวของท้าวจตุคาม-ท้าวรามเทพ

             
วัตถุมงคลอมตะ รุ่นไตรภาคีศรีนคร
           ที่จัดสร้างขึ้นในครั้งนี้ได้นำเอาพระกรุไตรภาคี ที่โดดเด่นที่สุดสามพิมพ์คือ พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดท่าเรือ, พิมพ์นาคปรก
วัดนางตรา และพิมพ์ยอดขุนพลวัดนาสน มาประยุกต์จัดสร้างขึ้นใหม่โดยเน้นทุกรูปแบบพิมพ์ทรงให้มีความ คมชัดและสวย
งามตามสมัยนิยมโดยยังคงไว้ ซึ่งเอกลักษณ์ของพระกรุดั้งเดิม นอกจากนี้ยังได้จัดสร้างวัตถุมงคลยอดนิยมรูปแบบอื่นอีกสอง
พิมพ์ ทรงอันสวยงาม ในด้านเนื้อหาชนวนมวลสารอันศักดิ์สิทธิ์และในด้านพิธีกรรมมหามงคล อันเข้มขลัง ซึ่งกำหนดขึ้น
สามวาระครบ ไตรภาคีศรีนคร คือ


           * พิธีมหามงคลบวงสรวง ณ. วิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช (วัดท่าเรือ) ในวันที่ 12 มีนาคม 2548
           * พิธีมหามงคลพุทธาภิเษก ณ. ศาลาการเปรียญพันธรักษ์ราชเดช วัดนาสน ในวันที่ 17 มีนาคม 2548
           * พิธีสมโภชพุทธาภิเษก ณ. วัดนางตรา ในวันที่ 19 มีนาคม 2548

           ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าวัตถุมงคลอมตะ รุ่นไตรภาคีศรีนคร ซึ่งรวบรวมพระกรุไตรภาคียอดนิยม สามแบบพิมพ์สามกรุ
ดังมารวมเป็นหนึ่งเดียวในรุ่นนี้จะต้องได้รับความนิยมศรัทธาจากมหาชนชาวนครศรีธรรมราชและทั่วไปอย่างแน่นอน เพราะ
ทรงคุณวิเศษควรค่าแก่การมีไว้บูชาสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง ที่พิเศษสุดก็คือวัตถุมงคล เนื้อผงทุกองค์สามารถ
เรืองแสงสุกใสในความมืด

วิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช (วัดท่าเรือเก่า)
บริเวณวัดนาสน
บริเวณวัดนางตรา
อุโบสถเก่าที่จะรื้อถอนและสร้างใหม่

             พระนาคปรกนางตรา
           ลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมทรงสูงขอบมนขนาด 5.9 ซม. ด้านหน้าเป็นองค์พระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับ
นั่งสมาธิบนบัลลังค์นาคมุจลินทร์เจ็ดเศียร ด้านล่างบนฐานนาคประทับไว้ด้วยพระพิมพ์นางพญา เพื่อเทิดพระคุณของพระนาง
สุพัตรานางพญาผู้สร้างวัดนางตรา ด้านหลังกึ่งกลางเป็นองค์พระพุทธเจ้าปางประทานพรในซุ้มประตู (เป็นรูปแบบพระกรุ
พิมพ์ หนึ่งของวัดนางตรา) ด้านบนเป็นองค์พญาราหู ด้านซ้ายเป็นยันต์นอโม ด้านขวาเป็นยันต์นะราหู

พระอาจารย์เจริญ เจ้าอาวาสวัดนางตรา

             พระปรกโพธิ์ท่าเรือ
           ลักษณะเป็นพิมพ์ทรงสี่เหลี่ยมขอบลายไทย ขนาด 5.9 ซม. กึ่งกลางเป็นรูปทรงเดิมของพระปรกโพธิ์ท่าเรือ ด้านบน
ซ้ายเป็นองค์ท้าวจตุคามขวาเป็นองค์ท้าวรามเทพ ซึ่งเป็นพระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง เทพยดารักษาเมืองนครศรีธรรมราช
ด้านหลังเป็นองค์พระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งศิลป์และความสำเร็จทั้งปวง (ปัจจุบันวัดท่าเรือเดิมเป็นวิทยาลัยนาฏศิลป์ นครศรี
ธรรมราช)

พระผงทุกองค์เรืองแสงสีเขียวในความมืด


             
พระยอดขุนพลนาสน
           ลักษณะเป็นรูปทรงกลมขนาด 5 ซม. กึ่งกลางเป็นองค์พระพุทธเจ้าประทับนั่งปางมารวิชัยบนฐานบัวในซุ้มเรือนแก้ว
ด้านข้างซ้ายขวาเป็นรูปสถูปเจดีย์ ด้านหลังกึ่งกลางเป็นพระพิมพ์ซุ้มประตูกรุวัดนางตรา

           
พระปางปาฏิหาริย์
           ลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมขอบมนขนาด 6.5 ซม. ด้านหน้าเป็นรูปองค์พระพุทธเจ้าประทับนั่งห้อยพระบาทในซุ้มเรือน
แก้ว ด้านซ้ายและขวาเป็นรูปองค์เทพยดา พระพิมพ์นี้อาศัยแบบจากพระยอดขุนพล วัดพระมหาธาตุฯ ปี 2497 ซึ่ง พล.ต.ต.
ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นผู้ออกแบบลักษณะพิมพ์ทรงและสร้างร่วมกับอาจารย์ชุม ไชยคีรี ด้านหลังนับได้ว่า มีความพิเศษที่สุด
เพราะพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้มอบคำอวยพรและรอยนิ้วหัวแม่มือพร้อมทั้งลายเซ็นต์ให้จารึกไว้เป็น อนุสรณ์ด้วยจัด
สร้างขึ้นเพียงเนื้อเดียวคือ เนื้อไม้ตะเคียนอินทภาณี จำนวน 999 องค์ สืบต่อไปจะเป็นวัตถุมงคลอันทรงคุณค่า ที่หาได้ยากยิ่ง

           
พระผงท้าวจตุคาม-ท้าวรามเทพ
           ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ขนาด 5.7 ซม. ด้านหน้าเป็นองค์ ท้าวจตุคามประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาประทานพรบน
บังลังค์ดอกบัวบาน มีความคมชัดนูนสูงสวยงามที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา ด้านหลังกึ่งกลางประทับไว้ด้วยองค์ท้าวรามเทพ
กษัตริย์ผู้น้อง รอบนอกประทับไว้ด้วยองค์พญาราหูสี่ทิศและลวดลายไทยพุ่มข้าวบิณฑ์โดยด้านบนเป็นองค์ท้าวจตุคาม ด้านล่าง
เป็นองค์ท้าวรามเทพ ด้านซ้ายเป็นองค์เจ้าแม่อินทภาณี รุกขเทวดาผู้สถิตย์อยู่ในต้นตะเคียนเสาหลักเมือง ซึ่งเคยแสดงปาฏิหาริย์
ต่อพล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช เมื่อครั้งทำพิธีเบิกเนตรเสาหลักเมือง โดยปรากฏกลุ่มควันจางขณะที่ปลายดินสอสัมผัสพระ
เนตรเสาหลักเมือง ทั้งพ่อท่านวรรณ วัดเสาธงทองและพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช รับรู้ด้วยญาณที่ตรงกันว่ารุกขเทวดาใน
เสาหลักเมืององค์นี้มีนามว่า เจ้าแม่อินทภาณี ด้านขวาเป็นองค์พระเจ้ากรุงศรีวิชัย พระมหากษัตริย์ผู้เกรียงไกรแห่งอาณาจักร
ศรีวิชัยผู้ปกครองเมืองตามพรลิงค์ในอดีต รูปแบบด้านหลังนี้กำหนดโดยองค์ท้าวจตุคามและท้าวรามเทพ ซึ่งสื่อผ่านองค์พ่อ
ท่านวรรณ วัดเสาธงทอง โดยเน้นนักเน้นหนาให้มีองค์พระเจ้ากรุงศรีวิชัย ซึ่งเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ด้วยและขอให้ช่วยประกาศ
เกียรติคุณให้รู้จักโดยทั่วกัน รายละเอียดทั้งหมดนี้สอบถามได้จากพ่อท่านวรรณ วัดเสาธงทอง พระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม
ขลังซึ่งพล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช เคารพนับถือเป็นพระอาจารย์องค์หนึ่ง (การจำนำไม้ตะเคียนเก่าเสาหลักเมืองมาใช้ผสมใน
วัตถุมงคลทุกรุ่นคุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช จะต้องนิมนต์พ่อท่านวรรณให้ประกอบพิธีขออนุญาติต่อองค์จ้าวแม่อินทภาณี
ก่อน เมื่อท่านอนุญาติแล้วจึงค่อยดำเนินการ)

           การจัดสร้างวัตถุมงคลรูปองค์ท้าวจตุคามและท้าวรามเทพ โดยวัดนางตราไม่ใช่เรื่องผิดแผกอันใดเพราะท่านทั้งสอง
เป็นเทพยดารักษาเมืองนครศรีธรรมราช อีกทั้งได้เคยมีการขุดพบแผ่นกระเบื้องจารึกเรื่องราวของ ขุนอินทรไสเรนท์ (ท้าวจตุ
คาม) และขุนอินทรเขาเขียว (ท้าวรามเทพ) ในวัดนางตรา จึงได้สันนิษฐานได้ว่า ท้าวจตุคามและท้าวรามเทพได้เคยเสด็จมา
ร่วมสร้าง วัดนางตราร่วมกับพระนางสุพัตราธิดาของพระเจ้ากรุงศรีวิชัย พระมหากษัตริย์ ผู้ครองอาณาจักรศรีวิชัยและประ
การสำคัญ คือนามท้าวจตุคามและท้าวรามเทพ คุณณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช ได้ยินได้ฟังมาจาก พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช
มาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆ คือเกือบ 50 ปีก่อนแล้ว หาใช่เพิ่งจะมารู้จักหรือได้ยินนามนี้เมื่อตอนสร้างศาลหลักเมืองเมื่อปี 2528
ไม่ สำหรับพระผงท้าวจตุคาม ท้าวรามเทพ รุ่นไตรภาคีศรีนครนี้ พ่อท่านวรรณ วัดเสาธงทองจะประกอบพิธีให้เป็นกรณีพิเศษ
โดยจะอัญเชิญพระเจ้ากรุงศรีวิชัย ท้าวจตุคาม ท้าวรามเทพและเจ้าแม่อินทภาณี ร่วมประสิทธิ์ประสาทเพื่อความสมบูรณ์นอก
เหนือจากที่ได้นำเข้าพิธีมหามงคลสามวาระ

 
 
หน้าต่อไป   
โทร.
(02) 224-0940
(02) 221-5791
ที่อยู่ : 2 สามแยกหมอมี ถ.พระราม 4
(ติดธ.UOB สาขาสามแยก) ตลาดน้อย
เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100

คลิ้กที่นี่สำหรับแผนที่ตั้งศิริสโตร์
 
 

Copyright ® 2001-2010 Siristore.com. All rights reserved by Siristore Team.
Contact : webmaster@siristore.com (Pasit & Jantarat)